หมวดหมู่: รีวิวสินค้า

  • รีวิว Lensgo 518C ไมค์ไร้สายสำหรับ iPhone & Android พร้อมกล่องชาร์จในตัว

    รีวิว Lensgo 518C ไมค์ไร้สายสำหรับ iPhone & Android พร้อมกล่องชาร์จในตัว

    Lensgo 518C ไมค์ไร้สายสำหรับ iPhone & Android พร้อมกล่องชาร์จในตัว ซึ่งทาง Lensgo ได้ตั้งใจออกแบบไมโครโฟนรุ่นนี้ให้ใช้งานได้ง่ายสำหรับ Creator ทุกแนว สีสันน่ารัก ขนาดเล็ก พกพาสะดวก ใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 9 ชั่วโมง และส่งสัญญาณไกล 100 เมตร

    จุดเด่นที่น่าสนใจ

    • ไมโครโฟนให้เสียงที่ดี คมชัด ระยะการส่งสัญญาณเสถียร 100 เมตร
    • การออกแบบน่าใช้งาน ดูไม่น่ากลัว ขนาดเล็ก พกพาสะดวก
    • มีโหมดลดเสียงรบกวน และเสียงสะท้อน ทำให้เสียงพูดคมชัดขึ้น
    • กล่องชาร์จแบบพกพา และใช้ชาร์จแบตเตอรี่อุปกรณ์พร้อมกันได้ทั้งหมด ทำให้ทำงานได้สะดวกขึ้น
    • มีไมโครโฟนส่งสัญญาณ 2 ตัว ใช้งานด้านคอนเทนต์ได้ทุกแบบ สัมภาษณ์ ทำ Vlog และการทำ LiveStream
    • เคสเปลี่ยนสี ให้ดีไซน์ที่สวย ช่วยให้งานวิดีโอดูดี น่ารักมากขึ้น
    • ทำงานต่อเนื่อง 9 ชั่วโมง รองรับการถ่ายวิดีโอตลอดทั้งวัน
    • ใช้งานได้สำหรับ iPhone และ Android (เลือกซื้อชุดหัวต่อให้ตรงรุ่น)

    ไมโครโฟนให้เสียงที่ดี คมชัด ระยะการส่งสัญญาณเสถียร 100 เมตร
    Lensgo 518C ออกแบบให้สามารถใช้งานได้ง่าย พกพาสะดวก ขนาดเล็ก ซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้คือเป็นไมโครโฟนในตัวที่สามารถส่งสัญญาณได้ไกลสูงสุดถึง 100 เมตร ซึ่งเพียงพอต่อการทำงานด้าน Content Creator ในปัจจุบัน

    dual-transimtter

    การออกแบบด้านการใช้งานนั้นสะดวก เน้นความน่ารักและเป็นมิตรต่อผู้ใช้ ช่วยให้วิดีโอคอนเทนต์ดูไม่จริงจังเกินไปอีกด้วย

    มีโหมดลดเสียงรบกวน และเสียงสะท้อน ทำให้เสียงพูดคมชัดขึ้น
    ความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของ Lensgo 518C ก็คือมีโหมดพิเศษในการลดเสียงรบกวน และเสียงสะท้อน เสียงก้อง ช่วยให้เสียงพูดนั้นมีความชัดเจนขึ้น ซึ่งโหมดนี้ดีมากถ้าหากห้องใครมีขนาดเล็กและอาจจะมีเสียงสะท้อนซ่อนอยู่ Lensgo 518C ก็ช่วยให้การทำงานเกี่ยวกับเสียงนั้นง่ายขึ้น

    noise reduce

    มีกล่องชาร์จแบบพกพา ช่วยให้ทำงานได้สะดวก
    Lensgo 518C นั้นจะมาพร้อมกล่องพกพาแบบเป็นที่ชาร์จในตัว ทำให้เวลาเก็บอุปกรณ์เข้ากล่องก็ง่าย เสียบสายก็ชาร์จแบตเตอรี่ได้เลยทันที
    charging box
    หัวต่อตรงสำหรับ iPhone และ Android (USB-C)
    จุดเด่นสำหรับสมาร์ทโฟนในปัจจุบันเลยคือ ต้องต่อแล้วใช้ได้เลยโดยที่ไม่ต้องพ่วงอุปกรณ์ให้เยอะแยะ ซึ่ง Lensgo 518C นั้นจะออกแบบให้เป็นหัวตรงสำหรับมือถือที่เราใช้เลย เพียงแค่ต่อเข้ากับมือถือก็พร้อมใช้งาน
    what is in box
    ใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 9 ชั่วโมง รองรับการทำงาน Content ตลอดทั้งวัน
    Lensgo 518C นั้นสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องทั้งวัน รองรับการทำงานตลอดเหมาะกับคนที่อยากได้จะไมโครโฟนที่พร้อมใช้งานอย่างหนัก ซึ่งรุ่นนี้สามารถทำงานทั้งวันได้สบาย
    Long Life battery
    เปลี่ยนสีได้ตามต้องการ เพื่อให้คอนเทนต์ของเราดูน่ารักขึ้น
    Lensgo 518C ออกแบบให้เปลี่ยนเคส Silicone Case สำหรับการทำงาน ช่วยให้คอนเทนต์ของเราดูน่ารักขึ้น น่าใช้งาน เหมาะกับการทำงานคอนเทนต์น่ารัก ๆ ได้สบาย
    518C-Silicon case
     
    ชาร์จแบตเตอรี่และใช้งานพร้อมกันไปด้วยได้
    ตัวต่อของ Lensgo 518C สามารถที่จะใช้งานและต่อชาร์จแบตเตอรี่มือถือของเราพร้อมกันได้ ไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างการทำงาน ซึ่งสะดวกและตอบโจทย์คนใช้งานมาก ๆ ครับ
    Charging Interface
    Charging box2

    Signal Range

    สามารถสอบถามและสั่งซื้อได้ที่ร้านกล้องชั้นนำทั่วประเทศ

  • ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของไมโครโฟน Lensgo 348C ในด้านของการบันทึกเสียง

    ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของไมโครโฟน Lensgo 348C ในด้านของการบันทึกเสียง

    หลายคนคงเคยเห็นไมโครโฟนไร้สายของ Lensgo ในรุ่น 348C กันไปบ้างแล้ว ซึ่งในตอนนี้เราจะเจาะลึกในส่วนของประสิทธิภาพการทำงานกันครับว่าไมโครโฟน Lensgo 348C นั้นมีความสามารถในการทำงานจริงอยู่ที่ระดับไหนเมื่อเอาไปใช้จริงในสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งการทดสอบจะมีอยู่ 4 รูปแบบที่แตกต่างกันไป

    1_Lensgo 348C_MAR01

    วัตถุประสงค์ของการทดสอบนี้ก็เพื่อให้เราได้มั่นใจกับการทำงานของไมโครโฟน Lensgo 348C และรู้ถึงข้อจำกัดที่อาจจะเกิดขึ้นในการทำงานจริงได้ครับ

    การทดสอบที่ 1 แบบการใช้ไมโครโฟน Built In ในตัวกล้อง + ใช้ตัวกันลมที่มากับตัวไมโครโฟน
    ในการทดสอบนี้เราจะใช้ความสามารถของไมโครโฟนแบบเดิม ๆ ในตัวกล้องเลย ซึ่ง Lensgo 348C นั้นจะเป็นไมโครโฟนแบบ Built In อยู่แล้วครับ เราสามารถต่อตัวรับสัญญาณของไมโครโฟนไว้กับกล้อง เมื่อเปิดตัวอุปกรณ์ทั้งตัวรับตัวส่ง เราก็สามารถที่จะพร้อมบันทึกเสียงได้เลย

    3_Lensgo 348C_MAR01

    2_Lensgo 348C_MAR01

    การทดสอบที่ได้คือเนื้อเสียงสามารถที่จะรับรายละเอียดได้ดี คาแรคเตอร์ของไมโครโฟนแบบ Bulit In นั้นสามารถเก็บเสียงได้มิติที่กว้างมาก และมีความคมชัดที่ดี สามารถที่จะติดไมโครโฟนตรงหน้าอกแล้วพร้อมที่จะใช้งานได้เลย

    ข้อจำกัดที่พบเห็นคือการรับเสียงนั้นจะมีการรับเสียงที่ค่อนข้างกว้าง ถ้านับว่าเป็นข้อดีก็ทำได้ดีทีเดียวครับ แต่ถ้าพื้นที่ไหนมีเสียงรบกวนดังหน่อย เสียงรบกวนเหล่านั้นก็มีโอกาสที่จะเข้ามาที่ไมโครโฟนเราได้ง่ายขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการต่อไมโครโฟนแบบ Lavalier เพิ่มเติม ซึ่งเราจะพูดในขั้นตอนต่อไปครับ

    การทดสอบที่ 2 การใช้ไมโครโฟนแบบต่อไมโครโฟน Lavalier
    ไมโครโฟนแบบ Lavalier ก็เป็นไมโครโฟนแบบหนีบปกครับ ซึ่งข้อดีของไมโครโฟนประเภทนี้ก็คือจะช่วยให้การรับเสียงของไมโครโฟนมีระยะที่แคบลง และเจาะจงกับการเก็บเสียงพูดได้ชัดเจนขึ้นนั่นเอง ซึ่งการเอาไมโครโฟนแบบ Lavalier มาใช้กับไมโครโฟน Bulit In จะช่วยให้การทำงานนั้นสะดวกมากขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่ ที่มีเสียงรบกวนเยอะนั่นเอง

    4_Lensgo 348C_MAR01

    จากการทดสอบเมื่อเราใช้ไมโครโฟนแบบ Lavalier ต่อเข้ากับตัวส่งสัญญาณของ Lensgo 348C ตัวไมโครโฟนก็จะเปลี่ยนรูปแบบการรับเสียงมาใช้ไมโครโฟนที่ต่อเพิ่มทันที สิ่งที่ได้คือเราสามารถที่จะซ่อนไมโครโฟนแบบหนีบปกไว้ที่ขอบเสื้อ หรือติดไว้ใกล้ตำแหน่งปากได้ง่ายมากขึ้น

    6_Lensgo 348C_MAR01

    5_Lensgo 348C_MAR01

    และระยะการรับเสียงก็จะสั้นลงมา ทำให้เสียงรบกวนต่าง ๆ เข้ามาน้อยลงกว่าการใช้เพียงแค่ Microphone แบบ Built In เดิม เสริมเพิ่มเติมคือการทำงานในลักษณะนี้จะเหมาะกับการบันทึกเสียงหรือถ่ายวิดีโอที่เน้นไปยังเสียงของผู้พูดเป็นหลักครับ เพราะจะช่วยให้เนื้อเสียงพูดที่ได้มีความคมชัดมาก แต่เสียง Ambient ต่าง ๆ ที่เข้ามานั้นน้อยลง อาจจะไม่เหมาะกับการถ่ายวิดีโอบางประเภทที่เราต้องการเน้นเสียงบรรยากาศด้วย

    การทดสอบที่ 3 การทดสอบประสิทธิภาพการส่งสัญญาณ
    ขั้นตอนการทดสอบต่อไปคือความสามารถในการส่งสัญญาณ ซึ่งการส่งสัญญาณในพื้นที่โล่งจะได้ประมาณ 50 เมตรขึ้นไปถึง 100 เมตร แต่ประสิทธิภาพก็จะลดลงเมื่อมีสิ่งกีดขวางหรือมีสัญญาณอื่น ๆ รบกวน ในการทดสอบเราก็จะลองดูว่าไมโครโฟนตัวนี้รับได้ถึงขนาดไหน

    จากการทดสอบและผลที่ได้คือ ถ้าในพื้นที่โล่งเราสามารถที่จะใช้งานได้ประมาณ 70-80 เมตร ก็จะเริ่มมีสัญญาณหายเล็กน้อยในบางจังหวะ ครับ แต่ช่วง 50 เมตรคือสบาย ๆ มาก ซึ่งก็ถือว่าใกล้เคียงกับสเปคสูงสุดที่การส่งสัญญาณนั้นทำได้

    7_Lensgo 348C_MAR01

    ส่วนการใช้งานในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางนั้นแล้วแต่ว่าจะมีสิ่งกีดขวางเยอะแค่ไหน แต่จากที่ผมใช้คือประมาณ 20-30 เมตรคือระยะที่ดีและได้ประสิทธิภาพครับ

    การทดสอบที่ 4 การทดสอบเนื้อเสียงเมื่อบันทึกลง microSD Card โดยตรง
    ในกรณีต้องการความมั่นใจแบบสูงสุดเพื่อการบันทึกเสียงนั้นผมแนะนำให้ใช้ MicroSD Card สำหรับการบันทึกเสียงด้วยซึ่ง Lensgo 348C สามารถที่จะต่อ microSD Card และบันทึกเสียงลงตัวไมโครโฟนได้ตรง ๆ เลย จะช่วยให้สามารถบันทึกเสียง 2 ช่องทางได้พร้อมกัน

    8_Lensgo 348C_MAR01

    ก็คืออย่างแรงเสียงจะบันทึกไปที่กล้องเวลาเราถ่ายวิดีโอและอีกอย่างก็คือเสียงนั้นจะถูกบันทึกลง microSD Card กรณีที่เกิดสัญญาณขาดหาย เราสามารถที่ะจะเอาเสียงจาก microSD Card มาแก้ไขได้ในขั้นตอนของการตัดต่อครับ
    เนื้อเสียงที่ได้จาก Lensgo 348C ในกรณีบันทึกลง microSD Card นั้นก็ได้เนื้อเสียงที่ดี และมั่นใจในการทำงานได้ ซึ่งตรงนี้ทำได้ดีมากครับ

     

    ถ้าหากมีคำถามอะไรเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ทาง Shutter B Thailand พร้อมให้คำปรึกษาในการเลือกไมโครโฟนมาใช้งานครับ

  • รีวิวทดสอบไมโครโฟน Lensgo 348C ใช้ถ่ายทำกับ Android Smartphone ในการถ่ายวิดีโอและคอนเทนต์สำหรับ YouTuber

    รีวิวทดสอบไมโครโฟน Lensgo 348C ใช้ถ่ายทำกับ Android Smartphone ในการถ่ายวิดีโอและคอนเทนต์สำหรับ YouTuber

    คอนเทนต์ในวันนี้จะเป็นการทดสอบไมโครโฟน Lensgo 348C ร่วมกับสมาร์ทโฟนฝั่ง Android ซึ่งจะเน้นไปที่ความเรียบง่ายในการถ่ายทำวิดีโอพร้อมบันทึกเสียงสำหรับ YouTuber แน่นอนว่าทำงานได้ง่ายขึ้นและบันทึกเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเยอะเลยครับ

    1_Lensgo 348C_MAR06

    เหตุผลที่กล้องมือถือต้องใช้ไมโครโฟนไร้สายในการบันทึกเสียง
    การที่เราต้องใช้กล้องมือถือในการถ่ายวิดีโอพร้อมบันทึกเสียงให้ได้เหมือนกล้องใหญ่ เอาจริง ๆ มีหลายปัจจัยมากครับว่าทำไมเราต้องทำถึงขนาดนั้น

    2_Lensgo 348C_MAR06

    หลัก ๆ เลยก็คือเพื่อให้ความสะดวกสูงสุดในการทำงาน กล้องมือถือนั้นจะเป็นกล้องที่ดูเรียบง่ายและไม่ต้องตั้งค่าซับซ้อน ทำให้การถ่ายวิดีโอในหลาย ๆ สถานการณ์ไม่มีข้อจำกัดในการทำงาน

    ยกตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟ หรือในสวนสาธารณะบางแห่งก็อนุญาตสำหรับกล้องมือถือเท่านั้นสำหรับถ่ายวิดีโอ เพราะงั้นการใช้มือถือก็ให้ความคล่องตัวได้มากกว่า

    การเชื่อมต่อ Microphone เข้ากับ Smartphone ที่จำเป็นต้องรู้
    ในการเชื่อมต่อไมโครโฟนกับ Smartphone นั้นจะมีเรื่องที่ต้องรู้อยู่อย่างหนึ่งคือ การเชื่อมต่อไมโครโฟนไปยัง Smartphone Android จะมีการเชื่อมต่ออยู่ 2 แบบ
    แบบแรกจะเป็นพอร์ท 3.5mm สำหรับสมาร์ทโฟนบางรุ่นที่ยังมีพอร์ทต่อหูฟัง เราสามารถที่จะต่อสายไมโครโฟน trs to trrs เข้าไปที่พอร์ท 3.5mm ได้โดยตรงเลย

    3_Lensgo 348C_MAR06

    แต่ถ้าสำหรับสมาร์ทโฟนที่มีแค่พอร์ท USB-C ให้เราใช้ Adapter แปลง USB-C ไปเป็นช่องเสียบแบบ 3.5mm ครับ จากนั้นให้ต่อสาย Trs to Trrs เข้าไปยัง Adapter ก็จะใช้ได้เลย

    5_Lensgo 348C_MAR06

    6_Lensgo 348C_MAR06

    4_Lensgo 348C_MAR06

    Application ที่แนะนำสำหรับการบันทึกวิดีโอ
    สำหรับการถ่ายวิดีโอนั้นสามารถถ่ายได้หลายแอพพลิเคชั่นเลย ถ้าหากเป็นแอพเดิม ๆ จากเครื่องก็มีข้อดีก็คือ สะดวกกว่า และมีการออกแบบให้เข้ากับสมาร์ทโฟนรุ่นที่เราใช้มากกว่า ยกตัวอย่างของผมใช้ Sony Xperia Pro I ก็จะมีคำสั่งต่าง ๆ ให้พร้อมใช้เลย แต่สำหรับบางคนแอพเดิม ๆ จากมือถือก็อาจจะไม่ซับซ้อน หรืออาจจะตั้งค่าตามที่ต้องการไม่ได้ อาจจะใช้แอพอย่าง Flimic Pro ก็ได้ครับ ซึ่งจะสามารถควบคุมกล้องมือถือเหมือนกล้องระดับโปรได้เลย

    7_Lensgo 348C_MAR06

    การทดสอบเสียงที่ได้จากการถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ โดยใช้  Built In Microphone ของ Lensgo 348C
    เสียงที่ได้จากการถ่ายวิดีโอด้วยมือถือโดยใช้ไมโครโฟน Built In ของ Lensgo 348C นั้นก็คือเหมือนกับเราใช้ไมโครโฟนตัวนี้กับกล้อง Mirrorless เลยครับ เพราะลักษณะของเสียงที่ได้ก็เก็บรายละเอียดช่วงกว้างได้ระดับนึง ได้ยินเสียงพูดได้ยินเสียงบรรยากาศอย่างละเอียด และสามารถทำงานได้ง่าย

    8_Lensgo 348C_MAR06

    คือใครที่ต้องการทำคอนเทนต์หรือถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ มีความคาดหวังว่าวิดีโอต้องใช้ได้ดีเลย อันนี้สามารถใช้ได้เลยนะครับแล้วก็ดีมาก ๆ ด้วย

    การทดสอบเสียงที่ได้จากการถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ โดยใช้ Lavalier Microphone ของ Lensgo 348C
    การใช้ไมโครโฟนแบบหนีบปกก็ทำให้การรับเสียงมีความคมขึ้น ระยะการรับเสียงมีลักษณะที่ใกล้เข้ามามากกว่าเดิม เสียงรบกวนรอบ ๆ บางลง เหมาะกับการทำคอนเทนต์ Vlog และใช้งานได้สะดวก

    9_Lensgo 348C_MAR06_7

    ข้อดีอีกอย่างของ Lavalier Microphone คือสามารถเก็บซ่อนไมโครโฟนไว้ในตำแหน่งใต้เสื้อผ้าหรือชุดได้ ทำให้สามารถที่จะลดเสียงรบกวนที่เข้ามาได้มากขึ้นอีก

    ถ้าหากมีคำถามอะไรเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ทาง Shutter B Thailand พร้อมให้คำปรึกษาในการเลือกไมโครโฟนมาใช้งานครับ

  • รีวิวฟีเจอร์เด่นไมโครโฟนไร้สาย Lensgo 348C สำหรับการถ่ายวิดีโอ การทำไลฟ์ และการทำคอนเทนต์

    รีวิวฟีเจอร์เด่นไมโครโฟนไร้สาย Lensgo 348C สำหรับการถ่ายวิดีโอ การทำไลฟ์ และการทำคอนเทนต์

    ไมโครโฟน Lensgo 348C เป็นไมโครโฟนไร้สายที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สำหรับคนถ่ายวิดีโอและกลุ่ม Creator โดยเฉพาะเลย ซึ่งในวันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องความสามารถของไมโครโฟนตัวนี้กันสำหรับคนที่ทำไลฟ์ และทำคอนเทนต์ต่าง ๆ ครับ ว่าจุดไหนของไมโครโฟนตัวนี้ช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดีและทำให้เราสามารถทำงานได้สะดวกมากขึ้นกว่าเดิมครับ

    1_Lensgo 348C_MAR02

    1.  การรับเสียงที่ดีทั้งเสียงพูดและเก็บรายละเอียดบรรยากาศของเสียงโดยรอบ
    คุณภาพในการรับเสียงของ Lensgo 348C ทำได้โดดเด่นพอสมควรเพราะเป็นไมโครโฟนแบบ Built In ในตัว ซึ่งการเก็บรายละเอียดต่าง ๆ นั้นจะทำได้ดีมาก ยกตัวอย่างในกรณีที่เราต้องไปถ่ายวิดีโอในสตูดิโอ หรือนอกสถานที่ ไมโครโฟนจะเก็บเสียงพูดเป็นหลัก ให้เนื้อเสียงพูดที่ชัดเจน

    2_Lensgo-348C_MAR02

    และด้วยตัวไมโครโฟนนั้นเก็บมิติของเสียงได้กว้างทำให้เสียงบรรยากาศต่าง ๆ โดยรอบเข้ามาได้ระดับนึง ทำให้ผู้ที่ดูวิดีโอของเราได้ยินถึงเสียงรอบ ๆ บริเวณนั้นไปด้วย ช่วยให้ได้บรรยากาศที่สมจริงมากขึ้นและเก็บในทุกรายละเอียด

    2.  การเชื่อมต่อที่ง่าย เปิดเครื่องติดเชื่อมต่อกันเอง พร้อมใช้งานทันที
    ในด้านของการทำงานนั้น Lensgo 348C ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้สะดวกและง่าย เหตุผลที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าการเชื่อมต่อนั้นทำได้อย่างรวดเร็ว แค่ทำการเปิดตัวรับสัญญาณและตัวส่งสัญญาณไมโครโฟนก็จะเชื่อมต่อหากันเองทันที

    3_Lensgo 348C_MAR02

    4_Lensgo 348C_MAR02

    สิ่งนี้เป็นข้อดีสำหรับคนทำคอนเทนต์มาก ๆ เพราะเราไม่ได้มีเวลาในการ Setup อุปกรณ์นานมาก และไม่ต้องการความวุ่นวายในการทำงาน ซึ่ง Lensgo 348C ตอบโจทย์ตรงนั้น แค่เปิดติดสามารถที่จะทำงานได้เลย

    3.  สามารถที่จะต่อไมค์แยกได้ตามต้องการ
    การต่อไมโครโฟนแบบแยกเป็นอีกเรื่องนึงที่หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงว่าสิ่งนี้มีความจำเป็นมาก ไมโครโฟนที่เราใช้ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นแบบ Built In แน่นอนว่าครอบคลุมการใช้งานหลัก ๆ ได้ดี แต่ในกรณีที่เราต้องการ Setup Microphone ให้ทำงานบางอย่างเป็นพิเศษ เราต้องต่อไมโครโฟนแบบแยกครับ

    5_Lensgo-348C_MAR02

    Lensgo 348C มีพอร์ตทำหรับต่อไมโครโฟนอื่นแยกได้เลย เช่น เราจะใช้กับ Lavalier Microphone, Shotgun Microphone เราก็สามารถที่จะทำแบบนั้นได้ทันที
    เมื่อไมโครโฟนทำแบบนี้ได้แล้วก็จะช่วยให้ลักษณะของการทำงานพร้อมที่จะปรับตัวได้ตลอดเวลา และพร้อมรับกับอุปกรณ์เฉพาะบางอย่างที่จะช่วยให้เราทำงานได้สะดวกขึ้นนั่นเองครับ

    4.  ระยะการรับส่งสัญญาณทำได้ไกล เชื่อถือได้กับการทำงาน
    ระยะของการรับส่งสัญญาณเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับ ​Wireless Microphone ซึ่ง Lensgo 348C นั้นสามารถที่จะส่งสัญญาณได้ไกลอย่างน้อย ๆ ก็ 50 เมตร ไปจนถึงสูงสุดที่เกือบ 100 เมตรเลยในพื้นที่กว้าง ทำให้คนที่ถ่ายวิดีโอในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ สามารถมั่นใจกับการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสบายใจในการทำงาน

    5.  รองรับการเชื่อมต่อกับกล้องทุกขนาด ทั้ง Mirrorless, Compact, Action Camera, Smartphone
    ในกรณีที่ Content Creator มีกล้องหลายตัวสำหรับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น Mirorless หรือจะเป็นกล้อง Compact, Action Camera สามารถใช้ Lensgo 348C กับกล้องเหล่านี้ได้เลย เพราะรองรับการใช้งานร่วมกับกล้องทุกแบบ

    6_Lensgo-348C_MAR02

    7_Lensgo 348C_MAR02

    8_Lensgo 348C_MAR02

    9_Lensgo-348C_MAR02

    6.  มีระบบบันทึกเสียงสำรองลง microSD Card เหมือนมีระบบเซฟตี้สำหรับการบันทึกเสียง
    ความสามารถของ Lensgo 348C มีความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือสามารถที่จะบันทึกเสียงสำรองลง microSD Card ได้ทันที สิ่งนี้มีความโดดเด่นมากเพราะการถ่ายวิดีโอนั้นควรจะมี Backup สำหรับระบบเสียง การที่ไมโครโฟนสามารถที่จะบันทึกเสียงเก็บเข้าเมมโดยตรงได้เลย ก็ทำให้มีโอกาสแก้ไขข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดได้มากกว่านั่นเองครับ

    10_Lensgo 348C_MAR02

    7.  ใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว
    อีกจุดเด่นหนึ่งที่ทำได้ดีคือการใช้งานต่อเนื่องได้มากถึง 7 ชั่วโมงเลย ทำให้คนที่ทำงานวิดีโอสามารถสบายใจกับการทำงานได้อย่างเต็มที่ว่าแบตเตอรี่จะไม่หมดระหว่างการทำงาน และตอบโจทย์การทำงานได้ตลอดวัน

    11_Lensgo 348C_MAR02

  • รีวิวทดสอบไมโครโฟน Lensgo 348C ใช้ถ่ายทำกับ iPhone ในการถ่ายวิดีโอ และคอนเทนต์สำหรับ YouTuber

    รีวิวทดสอบไมโครโฟน Lensgo 348C ใช้ถ่ายทำกับ iPhone ในการถ่ายวิดีโอ และคอนเทนต์สำหรับ YouTuber

    รีวิวทดสอบไมโครโฟน Lensgo 348C ใช้ถ่ายทำกับ iPhone ในการถ่ายวิดีโอ และคอนเทนต์สำหรับ YouTuber หลายคนที่เพิ่งเริ่มถ่ายคอนเทนต์วิดีโอและยังไม่มีงบประมาณมาก แต่มีเป้าหมายว่าต้องการจะผลิตวิดีโอได้ทันที การใช้กล้องของ iPhone ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีมากและเริ่มต้นได้ง่ายทันที

    Lensgo-01-APL01

    เพียงแต่สิ่งที่ต้องเสริมหน่อยคือเรื่องของคุณภาพเสียง ในวันนี้ก็เลยจะใช้ iPhone SE คู่กับ Lensgo 348C จัดเป็นเซ็ตสำหรับการถ่ายวิดีโอพร้อมบันทึกเสียงโดยใช้แอพเดิม ๆ จากในตัวมือถือเลย เดี๋ยวเราไปดูเหตุผลที่ต้องใช้เซ็ตนี้และการทดสอบกันครับ

    รีวิวทดสอบไมโครโฟน Lensgo 348C ใช้ถ่ายทำกับ iPhone ในการถ่ายวิดีโอ และคอนเทนต์สำหรับ YouTuber

    1. เหตุผลที่ต้องใช้ไมโครโฟนชุดนี้
    ความเรียบง่ายคือหัวใจและการลงทุนที่ไม่สูงสำหรับคนที่ใช้ iPhone อยู่แล้ว ความสามารถของการถ่ายวิดีโอด้วยการใช้ iPhone นั้นได้คุณภาพที่สูงในระดับ 4K เพียงแค่มีส่วนที่ต้องเสริมขึ้นมาก็คือเรื่องของคุณภาพในการบันทึกเสียงนั่นแหละครับ

    Lensgo-02-APL01

    ในด้านของการบันทึกเสียงนั้น Microphone Lensgo 348C จะสามารถบันทึกเสียงได้ไกลกว่า 50 เมตรเลย สูงสุดที่ประมาณ 70 เมตร ซึ่งเพียงพอกับการทำงานนะครับ

    2. รูปแบบการติดตั้งไมโครโฟน Lensgo 348C ร่วมกับ iPhone
          อุปกรณ์ที่ใช้   1. iPhone SE  2. Adapter 3.5mm ของ iPhone  3. สายต่อ TRS to TRRS  4.Lensgo 348C

    รูปแบบในการติดตั้งกับ iPhone ที่เราทดสอบกันคือ เราจะใช้ iPhone SE ประกบคู่กับตัวล็อคมือถือที่สามารถใส่ไมโครโฟนด้านบนได้

    Lensgo-03-APL01

    จากนั้นต่อตัวรับขึ้นไปด้านบนแล้วเชื่อมต่อกันด้วยสาย TRS to TRRS ด้านสองขีดจะต่อกับตัวรับ ด้านที่เป็นสามขีด จะต่อที่ตัว Adapter ของ iPhone ซึ่งจะเป็นหัว Lighting เข้าไปอีกที ทำให้สามารถทำงานร่วมกันได้

    Lensgo-04-APL01

    Lensgo-05-APL01

    Lensgo-06-APL01

    Lensgo-07-APL01

    จากนั้นก็เปิดไมโครโฟนก็สามารถที่จะถ่ายวิดีโอและบันทึกเสียงได้ทันทีครับ

    3. การตั้งค่าไมโครโฟน
    ในการตั้งค่าไมโครโฟนนั้นจะต้องตั้งค่าที่ตัวรับสัญญาณว่าจะให้ระดับเสียงอยู่ที่เท่าไหร่ โดยที่ผมแนะนำก็ให้ดู Gain เสียงเป็นหลักครับแล้วก็ตั้งตามที่ต้องการ เพียงแต่ไม่ให้เกิดขีดของไมโครโฟนที่แสดงผล ถือว่าใช้งานได้ครับ

    Lensgo-08-APL01

    นอกจากนี้ถ้าเอาให้ชัวร์คือควรจะกด Record ลง microSD Card โดยตรงด้วย วิธีการก็เพียงแค่กดปุ่ม REC ตรงตัวส่งสัญญาณก็ถือว่าใช้ได้แล้วครับ เผื่อว่าการบันทึกลง iPhone แล้วอาจจะเกิดคาวมไม่ราบรื่นบางอย่าง เรายังมี Backup เสียงจากในตัว microSD Card ครับผม

    Lensgo-09-APL01

    4. การทดสอบและผลการทดสอบ
    ทางด้านคุณภาพเสียง ไมโครโฟน Lensgo 348C สามารถที่จะรับเสียงได้ดี ยืนห่างจาก iPhone หรือว่าจะเป็นการถ่าย Vlog เราก็ยังสามารถที่จะทำได้เลย หรือจะตั้งกล้องถ่ายเหมือนรายการจริงจังก็สามารถทำได้

    Lensgo-10-APL01

    นอกจากนี้การตั้งค่าก็ทำได้ง่ายครับเพียงแค่เราปรับผ่านตัวรับสัญญาณก็ถือว่าจบแล้ว สามารถทำงานได้อย่างสะดวกเลย