หมวดหมู่: บทความ

บทความที่เกี่ยวกับสินค้า

  • เปรียบเทียบระหว่างตู้กันชื้น กับการเก็บเลนส์ในกระเป๋ากล้อง

    เปรียบเทียบระหว่างตู้กันชื้น กับการเก็บเลนส์ในกระเป๋ากล้อง

    เปรียบเทียบระหว่างตู้กันชื้น กับการเก็บเลนส์ในกระเป๋ากล้อง การเก็บรักษากล้องและเลนส์เพื่อให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ เป็นความจำเป็นที่ต้องศึกษาและหาวิธีที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด และลงทุนคุ้มค่าที่สุด เพราะอุปกรณ์กล้องและเลนส์เป็นอุปกรณ์ที่ค่อนข้างมีราคา จึงต้องมีการเก็บรักษาและดูแลเพื่อให้ใช้งานได้ดีและได้นานที่สุด ลองมาเปรียบเทียบระหว่างตู้กันชื้น กับการเก็บเลนส์ในกระเป๋ากล้อง ว่ามีข้อดีของเสียต่างกันอย่างไรบ้าง

    ิBAG

    Dry-cabinet_5

    เปรียบเทียบระหว่างตู้กันชื้น กับการเก็บเลนส์ในกระเป๋ากล้อง

    ความสามารถในการป้องกันฝุ่นละออง
    ปัญหาทั่วไปของการเก็บรักษากล้องคือฝุ่นที่อยู่ในอากาศ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นห้องที่ทำความสะอาดเป็นประจำก็ตาม ฝุ่นก็ยังคงเกาะได้บนพื้นผิวของกล้องและเลนส์ได้ ซึ่งการเก็บกล้องและเลนส์ไว้ในกระเป๋ากล้อง จึงช่วยเก็บรักษากล้องให้พ้นจากฝุ่นได้ดีเพียงระดับหนึ่ง

    ตู้กันชื้น เป็นตู้ที่เป็นระบบปิด ควบคุมประมาณความชื้น โดยก่อนที่จะเก็บกล้องและเลนส์ใส่ตู้ ปัดฝุ่น ทำความสะอาด วางไว้ในตู้ ก็เป็นการป้องกันฝุ่นละอองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    camera-and-photography_7

    การควบคุมความชื้นในบรรยากาศ
    กระเป๋ากล้องมักจะเป็นวัสดุที่มีการบุให้นุ่ม หนา มีฟองน้ำเพื่อช่วยลดการกระแทกระหว่างการขนย้าย ซึ่งจุดนี้เอง วัสดุที่ใช้เหล่านี้ จะไวต่อการเก็บและดูดซับความชื้น และถึงแม้ช่างภาพมือใหม่หลายคนเลือกที่จะใส่สารดูดความชื้นเพื่อช่วยลดความชื้นก็ตาม

    Dry-cabinet_9

    แต่ความชื้นจะมีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ทั้งจากในบรรยากาศ และจากตัวผู้ใช้ เช่นเหงื่อที่เกิดจากการจับ ถือ โดยเฉพาะสายคล้องคอ จึงเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมความชื้น และป้องกันกล้องและเลนส์ให้พ้นจากความชื้นและการติดเชื้อราได้

    ตู้กันชื้นมีคุณสมบัติในการควบคุมให้ความชื้นอยู่ในระดับที่เหมาะสม และควบคุมให้มีระดับความชื้นคงที่ โดยเมื่อมีความชื้นที่เพิ่มจากค่าที่ตั้งไว้ ก็จะมีระบบควบคุมเพื่อกำจัดความชื้นออกได้อัตโนมัติ จึงมั่นใจได้ว่ากล้องจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาจากเชื้อรา

    cleaning-set

    อากาศแห้งไม่ใช้ทางออก
    การประยุกต์สร้างตู้กันชื้นเองด้วยการใส่สารกันชื้น เพื่อลดความชื้น สามารถกันความชื้นได้แต่เมื่อเวลาผ่านไป สารดูดความชื้นจะเก็บสะสมความชื้นไว้มากเกินไป ก็อาจจะทำให้ตู้เก็บความชื้น มีความชื้นสูงเกินไปด้วยเช่นกัน ที่สำคัญตู้ที่แห้งไม่มีความชื้นเลย กลับส่งผลเสียต่ออุปกรณ์บางอย่าง โดยเฉพาะแถบยาง ที่จะแห้งแตกและเสื่อมสภาพได้ง่ายและเร็วขึ้น

    Dry-cabinet_17

    ความสะดวกในการใช้งาน
    กระเป๋ากล้องและเลนส์มีการแบ่งสัดส่วนในการจัดเก็บไว้อย่างดี กระเป๋ากล้องจึงอำนวยความสะดวกด้านความคล่องตัวและความปลอดภัย โดยจุดประสงค์ของกระเป๋ากล้อง คือความสะดวกในการใช้งานเมื่อต้องเคลื่อนย้าย เดินทาง ไม่ใช่เพื่อการเก็บรักษาโดยตรงและไม่ใช่เพื่อการเก็บกล้องและเลนส์ในระยะเวลานาน อีกทั้งการใช้งานในสตูดิโอที่ต้องมีการหยิบจับใช้งานอย่างสม่ำเสมอ

    silica-gel

    สำหรับการหยิบขึ้นมาจากกระเป๋ากล้องอาจจะไม่สะดวกมากนัก เมื่อเทียบกับการวางกล้องและเลนส์ไว้ในตู้กันชื้นที่สามารถเก็บไว้เป็นหมวดหมู่ และเห็นได้ชัดเจน หยิบใช้งานได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังสามารถใช้เป็นตู้โชว์ที่สามารถใช้ตกแต่งห้องได้อีกด้วย

  • ทดสอบการต่อไมโครโฟนแยกแต่ละแบบในกล้อง GoPro แบบไหนดีที่สุด

    ทดสอบการต่อไมโครโฟนแยกแต่ละแบบในกล้อง GoPro แบบไหนดีที่สุด

    คอนเทนต์ในตอนนี้ผมจะพาทุกคนมาทดสอบการต่อไมโครโฟนสำหรับกล้อง GoPro กันครับว่าแบบไหนเสียงถึงจะได้ดีที่สุด โดยการทดสอบนั้นจะมี 4 แบบด้วยกันคือ การต่อไมโครโฟนเดิม ๆ ของ GoPro เอง, การใช้ไมโครโฟนจากชุด Media Mod, การใช้ไมโครโฟน Lensgo 348C และการใช้ 348C คู่กับ ​Lavalier Microphone ครับ

    ไมโครโฟนเดิม ๆ จากกล้อง GoPro Hero 9
    เริ่มต้นที่ไมโครโฟนเดิม ๆ จาก GoPro Hero 9 Black เดิม ๆ ก่อนครับ ไมโครโฟนของ GoPro เดิมทีนั้นเก็บเสียงได้ดีแล้วนะครับ มีไมโครโฟนทั้งหมด 3 ตัว ทำให้เก็บเนื้อเสียงพูดได้ดี เสียง Ambient ก็มีมิติที่โอเคเลย

    2_Lensgo 348C_MAR07

    แต่เมื่อเราพูดห่างจากหน้ากล้อง เสียงพูดก็จะเบาลง สาเหตุก็เพราะไมโครโฟนติดอยู่ที่ตัวกล้องของ GoPro นั่นเองครับ

    ไมโครโฟนจากชุด Media Mod ใน GoPro Hero 9 Black
    จุดต่อมาก็คือไมโครโฟนจาก Media Mod ของ GoPro Hero 9 เป็นไมโครโฟนเคสอัพเกรดของทาง GoPro เองครับ ซึ่งจะทำให้รายละเอียดของเสียงมีมากขึ้น ดีขึ้นทั้งเสียงพูดและเสียง Ambient ที่มีครับ ให้ความรู้สึกเหมือน Mic Shotgun และใช้งานได้ง่าย ระยะการรับเสียงไกลกว่าเดิม แน่นอนว่าถ้ามีเสียง Ambient ที่ดังขึ้นก็จะทำให้การควบคุมรูปแบบการรับเสียงได้ยากขึ้น

    3_Lensgo 348C_MAR07

    ไมโครโฟนจาก Lensgo 348C เมื่อต่อกับ GoPro Hero 9 Black
    คราวนี้เรามาลองกับพระเอกของเรากันบ้างครับโดยการต่อไมโครโฟน Lengo 348C เข้ากับ GoPro Hero 9 Black โดยต้องอาศัยชุด Media Mod ทำตัวเหมือนตัวกลางในการรับไมโครโฟนหลักเข้าไปอีกทีครับ

    1_Lensgo 348C_MAR07

    4_Lensgo 348C_MAR07

    5_Lensgo 348C_MAR07

     

    6_Lensgo 348C_MAR07

    7_Lensgo 348C_MAR07

    สิ่งที่ได้ก็คือตอนนี้ทำให้เสียงที่ผ่าน GoPro Hero 9 Black นั้นสามารถที่จะมีมิติเหมือนกล้อง ​Mirrorless ได้ คือเสียงผ่านไมโครโฟนไวเรสที่เราคุ้นเคย และเก็บรายละเอียดเสียงพูดและเสียง Ambient ได้ดี
    สิ่งที่ Wireless Microphone ทำได้เป็นพิเศษก็คือ ตัวไมโครโฟนนั้นสามารถที่จะห่างจากคนพูดได้ไกลตามที่ต้องการ ซึ่งระยะของ ​Lensgo 348C ทำได้ก็ประมาณ 100 เมตร ครับ

    ไมโครโฟน Lavalier + Lensgo 348C เมื่อต่อกับ GoPro Hero 9
    การทดสอบสุดท้ายคือการอัพเกรดตัว ​Lensgo 348C ให้สามารถใช้งานกับ Lavalier Microphone ได้ครับ เมื่อทดสอบแล้วผลที่ได้ก็คือเสียงพูดมีความคมชัดขึ้นเล็กน้อยครับ และเสียงรบกวนก็เข้ามาได้น้อยลงเพราะลักษณะของไมโครโฟนแบบ Lavalier นั้นจะเน้นรับเสียงที่แคบลงเพื่อให้เสียงพูดชัดเจนขึ้นนั่นเองครับ

    8_Lensgo 348C_MAR07

    9_Lensgo 348C_MAR07

  • ไมโครโฟนที่มีระบบบันทึกเสียงลงเมมในตัวดียังไงและมีความจำเป็นแค่ไหน แตกต่างยังไงเมื่อเทียบกับไมโครโฟนปกติ

    ไมโครโฟนที่มีระบบบันทึกเสียงลงเมมในตัวดียังไงและมีความจำเป็นแค่ไหน แตกต่างยังไงเมื่อเทียบกับไมโครโฟนปกติ

    คอนเทนต์ในตอนนี้จะเป็นการเจาะลึกเกี่ยวกับไมโครโฟนที่มีระบบ 2 แบบด้วยกันคือไมโครโฟนไร้สายทั่วไปและไมโครโฟนที่มีระบบบันทึกเสียงลง microSD Card โดยตรง นั่นคือ Lensgo 348C ว่าทั้งสองแบบแตกต่างกันในแง่การใช้งานแค่ไหน และใช้ประโยชน์ในการใช้งานได้ดีหรือเปล่า

    1_Lensgo 348C_MAR04

    2_Lensgo 348C_MAR04

    3_Lensgo 348C_MAR04

    1.  ข้อดีระหว่างการไมโครโฟนไร้สายแบบปกติและแบบที่มีระบบบันทึกเสียงลง microSD Card
    ในแง่ของการทำงานไมโครโฟนไร้สายแบบปกติกับแบบที่มีระบบบันทึกเสียงลง microSD Card ไม่ได้มีข้อแตกต่างกันในด้านการรับเสียง ส่วนนี้มันขึ้นอยู่กับคุณภาพของไมโครโฟนที่มีมาให้แต่แรก แต่จะมีความต่างในส่วนของการใช้พลังงานบ้าง

    ข้อดีของไมโครโฟนไร้สายปกติแบตเตอรี่ของตัวส่งสัญญาณจะอึดกว่า เพราะไม่ได้ใช้พลังงานไปกับส่วนของการบันทึกข้อมูลลงการ์ด ส่วนใหญ่จะอยู่ได้ 7 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แต่ก็จะมีข้อด้อยคือถ้าสัญญาณขาดหายก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

    3_Lensgo 348C_MAR04

    ในส่วนของ Lensgo 348C ถ้าหากใช้งานแบบทั่วไปไม่ได้บันทึกเสียงลงการ์ด ก็จะใช้แบตเตอรี่ได้นาน 7 ชั่วโมง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการบันเสียงเสียงลงการ์ดโดยตรงก็จะทำให้ใช้พลังงานเยอะขึ้น ระยะเวลาของแบตเตอรี่ก็จะเหลือประมาณ​ 4 ชั่วโมง ซึ่งสิ่งที่ได้คืนมาก็จะเป็นเรื่องของมีไฟล์เสียงสำรองสำหรับการทำงานซึ่งเหมาะกับการที่ซีเรียส
    มาก ๆ

    2.  โอกาสที่จะเกิดสัญญาณขาดหายบ่อยแค่ไหนและสภาพแวดล้อมที่เกิดความเสี่ยง
    ถ้าจะพูดถึงเรื่องของโอกาสที่สัญญาณจะขาดหายจนต้องพึ่งพาความจำเป็นในการบันทึกเสียงลงเมมโดยตรงมีมากน้อยแค่ไหน ตามตรงก็ไม่บ่อยครับ แทบไม่เคยเจอเลยดีกว่าถ้าใช้ในสภาพแวดล้อมปกติ เช่น สวนสาธารณะ, การท่องเที่ยวทั่วไป และการยืนอยู่ในระยะ 50 เมตร สัญญาณยังไงก็คมชัดครับ

    Lensgo 348C_MAR04_5

    แต่ถ้าต้องไปถ่ายงานในห้างสรรพสินค้า มีคลื่นรบกวนเยอะ หรือบันทึกเสียงในระยะที่ไกลมาก ๆ อันนี้ความเสี่ยงก็เพิ่มตามปัจจัยที่มีครับ

    3.  ความจำเป็นที่ไมโครโฟนควรมีระบบบันทึกเสียงสำรองลง microSD Card
    ในกรณีที่เจาะลึกเรื่องความจำเป็นว่าควรจะมีระบบบันทึกเสียงสำรองลง microSD Card มากน้อยแค่ไหน ก็ต้องมาพิจารณากลับว่างานเราต้องการความมั่นใจขนาดไหน ขนาดที่ว่าพลาดไม่ได้เลยก็ควรจะมีครับ เพราะถ้าเกิดข้อผิดพลาดแล้วยังไงก็ต้องควรมีแผนสำรอง ถ้าไม่มีก็แก้ไขอะไรไม่ได้เลย แต่ถ้าหากว่าเป็นงานทั่วไปอันนี้ก็แล้วแต่ว่าจะมีหรือไม่มีก็ได้ครับ

    Lensgo 348C_MAR04_6

    4.  วิธีนำไฟล์เสียงที่ได้ไปแก้ไขในขั้นตอนตัดต่อเมื่อเกิดข้อผิดพลาดในการบันทึกเสียงเกิดขึ้น
    การนำไฟล์เสียงไปใช้นั้นวิธีก็ง่ายมากคือนำ microSD Card ออกจากไมโครโฟนและต่อเข้ากับ Card Reader ก็สามารถโหลดไฟล์เสียงไปใช้ในขั้นตอนตัดต่อกับซอฟต์แวร์ที่เรามีได้ทันที

    ถ้าหากมีคำถามอะไรเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ทาง Shutter B Thailand พร้อมให้คำปรึกษาในการเลือกไมโครโฟนมาใช้งานครับ

  • ทดสอบไมโครโฟน Lensgo 348C กับการตัดเสียงรบกวน เพื่อให้เสียงพูดคมชัดที่สุด

    ทดสอบไมโครโฟน Lensgo 348C กับการตัดเสียงรบกวน เพื่อให้เสียงพูดคมชัดที่สุด

    คอนเทนต์ตอนนี้เอาใจ Content Creator สำหรับการทดสอบไมโครโฟน Lensgo 348C เพื่อทดลองการตัดเสียงรบกวนเพื่อให้เสียงพูดมีความคมชัดมากที่สุด โดยจะมีตั้งแต่การทดสอบแบบปกติจนไปถึงการเซ็ตค่าเพื่อเน้นไปที่การลดเสียงรบกวนครับ

    1_Lensgo 348C_MAR03

    การทำให้เสียงรบกวนลดลงมีวิธีไหนบ้าง
    วิธีที่จะลดเสียงรบกวนหลัก ๆ คือการอยู่ให้อย่างจากเสียงที่เราไม่ต้องการ สิ่งนี้คือดีที่สุดเลย เช่น พื้นที่ไหนเสียงดังมาก ๆ ยังไงเราก็ต้องออกห่างจากตรงนั้น แต่บางพื้นที่เราออกห่างแล้วแต่ยังมีเสียงดังอยู่ เราพอจะมีวิธีแก้บ้างก็คือใช้การรับเสียงให้มันลดน้อยลงที่สุด แล้วไปเพิ่มเสียงในส่วนของพิธีกรเอา เดี๋ยวเรามาลองทดสอบกันก่อนดีกว่า

    1.  ทดสอบกับการต่อ Microphone ตามปกติ และเปิดรับเสียงอยู่ที่ -12dB
    ปกติผมก็จะบันทึกเสียงโดยใช้ค่ามาตรฐานก่อน คือเราจะตั้งการรับเสียงให้อยู่ที่ระดับ -12dB เราจะสังเกตได้ว่าเสียงจะเข้ามาปกติทั้งเสียงพูดแล้วก็เสียงบรรยากาศโดยรอบ เราจะได้ยินชัดเหมือนกัน

    2_Lensgo 348C_MAR03

    การตั้งแบบนี้จะเป็นการตั้งค่ารับเสียงแบบมาตรฐานเพื่อให้ได้เนื้อเสียงคุณภาพในการเอาไปจัดการต่อในขั้นตอน Post Process ครับ

    2.  ทดสอบกับการใช้ Microphone แบบ Lavalier ร่วมกับ Lensgo 348C
    ต่อมาเรา Advance ขึ้นมาอีกหน่อยคือเราเลือกจะใช้ไมโครโฟนแบบ Lavalier ต่อเพิ่มเข้าไปในไมโครโฟน Lensgo 348C เพื่อที่จะให้การรับเสียงของไมโครโฟนมีระยะที่แคบลงมา

    3_Lensgo 348C_MAR03

    การทดสอบที่ได้คือเนื้อเสียงมีความคมชัดขึ้นมาเล็กน้อย แต่เสียงบรรยากาศโดยรอบนั้นจะเงียบกว่าเดิม เป็นเพราะลักษณะการรับเสียงของไมโครโฟนแบบ Lavalier นั้นจะเป็นการรับระยะสั้นเหมาะกับการติดไมโครโฟนไว้ใกล้ปากพิธีกร ทำให้เสียงโดยรอบเข้ามาได้มากขึ้นนั่นเอง

    4_Lensgo 348C_MAR03

    การติดตั้งไมโครโฟน Lavalier ก็ถือว่าเป็นการบันทึกเสียงที่ได้ประสิทธิภาพที่ดีครับสำหรับการบันทึกเสียงพูดและทำคอนเทนต์ในหลาย ๆ แบบ

    3.  ทดสอบกับการลดระดับการรับเสียงลง และให้พิธีกรพูดดังขึ้น
    เทคนิคสำคัญที่ผมมักจะใช้ประจำคือการลดระดับการรับเสียงลงให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เสียงโดยรอบเข้ามาให้น้อย และให้พิธีกรพูดให้ดังมากขึ้น วิธีนี้จะเหนื่อยสำหรับพิธีกรเพราะต้องใช้น้ำหนักเสียงที่มากขึ้นและใช้สมาธิในการพูดเยอะกว่าเดิม แต่สิ่งที่ได้คือเนื้อเสียงพูดจะชัดและเสียงรบกวนน้อยมาก ๆ

    8_Lensgo-348C_MAR03

    จากการทดสอบก็คือได้ผลตามที่วางไว้คือเสียงพูดชัดเจน เสียง Ambient น้อยลงครับ แต่ทีมงานก็จะเหนื่อยเร็วขึ้น และการพูดในบางครั้งให้ความรู้สึกเหมือนตะโกนอยู่ อันนี้ก็ต้องดูความเหมาะสมในการทำงานด้วยว่าวิธีนี้เหมาะสมกับการใช้ตอนไหนบ้างครับ

    ถ้าหากมีคำถามอะไรเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ทาง Shutter B Thailand พร้อมให้คำปรึกษาในการเลือกไมโครโฟนมาใช้งานครับ

  • คู่มือการใช้งานไมโครโฟน Lensgo 348C

    คู่มือการใช้งานไมโครโฟน Lensgo 348C

    สวัสดีครับคอนเทนต์ในตอนนี้เราจะมาสอนใช้งานไมโครโฟน Lensgo 348C กันครับ ซึ่งวิธีการใช้งานในวันนี้จะบอกทีละขั้นตอน สามารถทำตามได้ทันที ไม่ว่าเราจะใช้กล้องมือถือหรือกล้อง mirorrless ก็สามารถใช้วิธีนี้ในการติดตั้งได้เลยครับ

    1_Lensgo 348C_FEB07

    การทำงานเบื้องต้น
    รูปแบบการทำงานของไมโครโฟนจะมีดังนี้นะครับ

    1. ไมโครโฟนจะรับเสียงผ่านตัวส่งสัญญาณ ซึ่งจะมี 2 ตัวครับ และส่งมาที่ตัวรับ 1 ตัว
    2. เสียงจากตัวรับจะเข้าไปที่กล้องผ่านสาย TRS to TRS
    3. การตั้งค่าความดังเสียงจะตั้งได้จาก ตัวส่งสัญญาณ และ ตัวกล้อง
    4. ตัวส่งสัญญาณจะเป็น Built In Microphone ในตัวครับ สามารถใช้บันทึกเสียงได้เลย หรือจะต่อไมโครโฟนแยกเพื่อใช้ไมค์อื่น ๆ แบบที่ชอบได้
    5. การส่งสัญญาณของไมโครโฟนจะเป็นแบบไร้สาย และเชื่อมต่อกันเองเมื่อเปิดเครื่องครับ

    2_Lensgo 348C_FEB07

    วิธีการเปิดใช้งานและเชื่อมต่อ
    เริ่มต้นให้เราเปิดใช้งานตัวไมโครโฟนทั้งสองแบบยังไม่ต้องต่อสายอะไรก่อน เพื่อทดสอบการรับสัญญาณเสียง การเชื่อมต่อให้เรียบร้อยว่าไมโครโฟนไม่มีการทำงานที่ผิดปกติอะไร

    วิธีการทดสอบของผมคือเปิดเครื่องแล้วก็ลองพูดดูครับ ถ้า Gain เสียงมีการแสดงผล เสียงวิ่งเข้าตัวรับตามปกติก็คือใช้ได้ครับ

    3_Lensgo 348C_FEB07

    วิธีการเชื่อมต่อกับกล้อง
    การเชื่อมต่อกับกล้องก็คือเราจะติดตัวรับไว้ที่ Hot Shoe ของกล้องครับ จากนั้นทำการต่อสาย TRS to TRS สังเกตตรงสายจะมีขีด ๆ อยู่สองเส้นครับ ต่อสายนี้กับตัวรับ และอีกจุดคือตัวกล้องเพื่อเป็นการส่งสัญญาณจากตัวรับเข้าไปที่กล้องครับ

    4_Lensgo 348C_FEB07

    คราวนี้เวลาทดสอบให้เราลองเปิดไมโครโฟน เปิดตัวรับ เปิดกล้อง และดูที่ Gain เสียงในกล้องของเราว่าเสียงเข้าไหมครับ ถ้าเสียงเข้าก็คือใช้ได้ปกติครับผม

    5_Lensgo 348C_FEB07

    วิธีการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน
    ในกรณีที่เราจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเราจะทำยังไงได้บ้าง ขั้นตอนนี้จะแยกแยะเยอะหน่อยครับ

    1.  กรณี Smartphone Android ใช้พอร์ต USB-C
    สำหรับสมาร์ทโฟน Android ที่ใช้ Port USB-C นะครับ เราจะต้องใช้ Adapter USB-C to 3.5mm แบบเดียวกับที่เราใช้ต่อหูฟังครับ จากนั้นสายของตัวรับสัญญาณเราจะต้องใช้สาย TRS to TRRS ครับ ด้านหนึ่งจะเป็นสองขีด อีกด้านเป็นสามขีด ที่ต้องมีสายนี้เพราะ Smartphone เขาใช้ 3.5mm แบบ TRRS นั่นเองครับ

    6_FEB07Lensgo-348C

    7_Lensgo 348C_FEB07

    จากนั้นก็ให้เราเปิดแอพที่ใช้อัดวิดีโอแล้วก็ลองเช็คคุณภาพเสียงดูได้เลย

    2.  กรณี iPhone ใช้พอร์ท Lighting
    iPhone จะมีกรณีคล้าย ๆ กันคือจะใช้ Adapter Lighting to 3.5mm ครับ แล้วก็ใช้สาย TRS to TRRS สำหรับตัวรับสัญญาณ จากนั้นก็เปิดแอพสำหรับอัดวิดีโอและเช็คเสียงครับ

    การปรับระดับการรับเสียง
    วิธีปรับระดับเสียงของไมโครโฟนให้รับสัญญาณได้มากขึ้น ให้เรากดปรับที่ตัวส่งสัญญาณครับ ทำให้สะดวกต่อการควบคุมครับ นอกจากนี้ครับในตัวกล้อง Mirorlress เองก็ยังสามารถที่จะปรับความดังของสัญญาณเสียงที่รับมาได้ด้วยครับ

    8_Lensgo-348C_FEB07

    ซึ่งผมแนะนำให้ปรับความดังอยู่ที่ -12dB ครับ จะเป็นความดังที่เหมาะสม เสียงคมชัด

    วิธีการบันทึกเสียงลง microSD Card
    การบันทึกเสียงลง microSD Card ของ Lensgo 348C นั้นจะเป็นการสำรองเนื้อเสียงโดยตรงลงในเมมโมรี่การ์ดเลย ช่วยให้เวลาเราไปถ่ายวิดีโออาจจะเจอจังหวะสัญญาณรบกวนเยอะ เสียงขาดหาย ซึ่งอาจจะมีกรณีนี้เกิดขึ้นได้ เสียงที่เราบันทึกลงเมมโดยตรงจะไม่ได้รับผลกระทบนี้ครับ

    9_Lensgo-348C_FEB07

    เพราะตัวส่งสัญญาณจะทำหน้าที่เป็น Voice Recorder ภายในตัวเลยนั่นเองครับ

    การต่อไมโครโฟนแยกเพิ่มจากภายนอก
    ในกรณีที่เราต้องการต่อไมโครโฟนแยกจากภายนอกให้เราต่อสาย TRS เข้าไปที่ตัวส่งสัญญาณโดยตรงได้เลย ตัวไมโครโฟนจะทำการสลับไมโครโฟนไปใช้ตัวที่เราต่อแยกโดยอัตโนมัติ ส่วนการปรับค่าเสียงในตัวส่งสัญญาณ และการปรับค่าเสียงในตัวกล้อง เรายังสามารถใช้งานได้ตามปกติ

    10_Lensgo 348C_FEB07

    การจัดเก็บและการชาร์จแบตเตอรี่
    ทางด้านการจัดเก็บและการชาร์จแบตเตอรี่สามารถทำได้โดยการเก็บไมโครโฟนเข้าไปที่กล่องของ Lensgo 348C ได้เลย และการชาร์จแบตเตอรี่ทำได้โดยการต่อสาย USB-C เข้าไปที่กล่อง Lensgo 348C จะทำให้สามารถชาร์จอุปกรณ์ทั้ง 3 ชิ้นพร้อมกัน

    11_Lensgo 348C_FEB07

    และนี่ก็คือคู่มือการใช้งาน Lensgo 348C ครับ ถ้าหากมีคำถามอะไรเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ทาง Shutter B Thailand พร้อมให้คำปรึกษาในการเลือกไมโครโฟนมาใช้งานครับ

  • วิธีตั้งค่าไมโครโฟน Lensgo 348C กับกล้อง Panasonic Mirrorless ให้ได้เสียงที่ดีเหมาะกับการทำคอนเทนต์

    วิธีตั้งค่าไมโครโฟน Lensgo 348C กับกล้อง Panasonic Mirrorless ให้ได้เสียงที่ดีเหมาะกับการทำคอนเทนต์

    สวัสดีครับคอนเทนต์ในตอนนี้จะเป็นวิธีการตั้งค่าไมโครโฟน Lensgo 348C ให้เข้ากับกล้อง Panasonic Mirrorless ซึ่งเป็นแบรนด์กล้องที่ Creator หลายคนอาจจะใช้อยู่ครับ ซึ่งกล้อง Panasonic ที่ผมจะใช้เป็นตัวอย่างในคอนเทนต์ตอนนี้คือ Panasonic Lumix S5 ครับ ซึ่งรุ่นอื่น ๆ ก็สามารถทำตามได้นะครับ เมนูไม่ได้ต่างกันมาก

    จุดเด่นของ Lensgo 348C
    ก่อนเราอื่นเรามาดูจุดเด่นของไมโครโฟนไร้สาย Lensgo 348C ก่อนว่ามีจุดเด่นเรื่องอะไรบ้างครับ จุดเด่นอย่างแรกเลยก็คือไมโครโฟนตัวนี้สามารถที่จะเชื่อมต่อสัญญาณกันเองได้เมื่อเปิดเครื่องเลย ทำให้คนที่ทำงานก็สามารถที่จะใช้งานได้ง่าย

    2_Lensgo 348C_FEB06

    ต่อมาคือเรื่องของ Built In Microphone ถ้าใครเป็นคนที่อยากใช้ง่าย ๆ จริงไม่ต้องต่อไมค์แยก ตัวนี้เขามีไมค์ในตัวให้เลยครับ แล้วก็มีตัวกันลมติดที่ไมค์ให้ด้วยซึ่งใช้งานได้ดีมาก แล้วก็การส่งสัญญาณจะเป็นแบบ 2 ตัวส่ง 1 ตัวรับครับ
    อีกจุดเด่นนึงก็คือสามารถที่จะบันทึกเสียงลง microSD Card ได้โดยตรง ทำให้สามารถที่จะ Backup เสียงได้นะ ไมโครโฟนในโลกตอนนี้มีไม่กี่ตัวที่ทำแบบนี้ได้ครับ

    4_Lensgo 348C_FEB06

    อีกจุดเด่นนึงที่สำคัญเลยก็คือสามารถที่จะควบคุมการปรับระดับเสียงต่าง ๆ จากตัวส่งสัญญาณได้โดยตรงครับ คนที่เป็น ​Creator แล้วต้องทำงานคนเดียวก็สามารถที่จะปรับค่าต่าง ๆ ได้สะดวก ไม่ต้องไปอยู่หลังกล้องบ่อย ๆ ครับ ยิ่งทำงานเป็นทีมยิ่งง่ายเลย

    วิธีการเชื่อมต่อ
    เรามาดูวิธีการเชื่อมต่อกันดีกว่าครับ เริ่มต้นให้เอาไมโครโฟนออกจากเคสก่อน จากนั้นเราสังเกตนะครับ ตัวรับสัญญาณจะมีตัวเดียวหน้าตาแบบในภาพครับ
    ส่วนตัวส่งสัญญาณก็จะเป็นอีกแบบนึงตามภาพเลย

    3_Lensgo 348C_FEB06

    ให้เราเอาตัวส่งสัญญาณแยกไว้กับพิธีกรหรือนางแบบที่จะพูดนะครับ ส่วนตัวรับสัญญาณเราจะติดไว้บน Hotshoe กล้องแบบนี้ จากนั้นต่อสายเข้าไปที่ช่องไมค์ของกล้องครับ สายที่ใช้จะมีสองขีดที่หัวแบบนี้ เรียกเป็นทางการว่าสาย TRS to TRS ครับ

    6_Lensgo 348C_FEB06

    7_FEB06Lensgo 348C

    9_Lensgo 348C_FEB06

    จากนั้นให้เราทำการเปิดไมโครโฟนทั้งสองตัวเลย ไม่เกิน 5 วินาทีไมค์จะเชื่อมต่อกันเองครับ จากนั้นลองพูดทดสอบหน่อยว่าเสียงเข้าตามปกติไหม โดยการเช็คจะเช็ค 2 จุดครับ
    จุดแรกให้ดูที่ค่า Gain ของเสียงบนตัวรับสัญญาณ ถ้ามีระดับเสียงขยับเพิ่มขึ้นลงแสดงว่าเสียงของไมค์ทำงานตามปกติครับ

    8_Lensgo 348C_FEB06

    จากนั้นให้ไปดูที่ตัวกล้อง ดูว่าค่า Gain เสียงบนกล้องนั้นมีการทำงานแบบเดียวกับบนตัวรับสัญญาณหรือเปล่า ถ้าตรงกันก็ถือว่าใช้งานได้ครับ

    วิธีการตั้งค่าให้ได้เสียงที่เหมาะสมและพร้อมใช้งาน
    การตั้งค่าไมโครโฟนให้ได้เสียงที่ดีจะมีอยู่ 3 จุดที่ต้องสังเกตนะครับ

    5_Lensgo 348C_FEB06

    1.   ตำแหน่งของไมโครโฟนที่ติดอยู่กับพิธีกร
    ไมโครโฟนที่เราติดอยู่กับพิธีกรนั้นจะต้องอยู่ในระยะที่เหมาะสม สำหรับผมแนะนำว่าติดประมาณบริเวณหน้าอก เพราะเสียงที่ออกมาจะมีช่วงห่างที่พอดี ได้เสียงคมชัดครับ

    10_Lensgo 348C_FEB06

    2.   การตั้งค่าเสียงในตัวกล้อง
    จุดต่อมาคือสำคัญแล้วครับเป็นการตั้งค่าระบบบันทึกเสียงในตัวกล้อง กระบวนการทำงานก็คือเมื่อเสียงที่ถูกส่งผ่านตัวรับมา สัญญาณเสียงจะผ่านระบบเสียงบันทึกในตัวกล้องอีกทีนึง ซึ่งที่เราต้องมาตั้งค่าเสียงในตัวกล้องก่อนเพราะว่าเวลาทำงานจริงนั้น การมาตั้งค่าในกล้องบ่อย ๆ จะทำให้การถ่ายวิดีโอเกิดความไม่สะดวก

    ดังนั้นในระบบการตั้งค่าเสียงในตัวกล้องผมจะตั้งไว้ที่ -12dB ครับ ซึ่งจะให้เนื้อเสียงที่ดีเลย เสียงคมชัดไม่แตกพร่าแน่นอน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความดังที่ไมโครโฟนเรารับเสียงมาด้วย เพราะงั้นเราต้องไปตั้งในขั้นตอนต่อไปครับ

    3.  การตั้งค่าเสียงในตัวไมโครโฟน
    ต่อมาคือการตั้งค่าเสียงในไมโครโฟน การตั้งค่าเสียงตรงไมค์จะไม่มีกฎตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับระดับเสียงของคนพูด และเสียงบรรยากาศโดยรอบ แต่ผมจะให้เทคนิคไว้แบบนี้ครับ ให้เราสังเกต ​Gain เสียงในตัวกล้องนะ ถ้าหากตอนที่เราพูดแล้วเสียงมันวิ่งไม่ถึง -12dB ผมก็จะเพิ่มความดังขึ้นให้มันใกล้เคียง -12dB ครับ -12dB ที่สุดครับ แค่นี้เราก็สามารถที่จะทำให้ระดับเสียงที่เราบันทึกมาได้มีความชัดเจนนั่นเอง

    11_Lensgo 348C_FEB06 การ Backup เสียงลง microSD Card
    สิ่งสำคัญสุดท้ายไม่แพ้เรื่องของการตั้งค่าเสียงเลยคือ อย่าลืม Backup เสียงลง microSD Card ด้วยครับ ซึ่งช่วยชีวิตคุณได้เยอะแน่นอน อย่างน้อยเรามีเนื้อเสียงที่ดีเก็บไว้กันพลาด
    วิธีก็แสนง่ายครับให้เรากดปุ่ม REC บนตัวไมโครโฟน ตัวไมค์จะโชว์สีแดงขึ้นมาเป็นการบอกว่าสถานะของไมค์พร้อมบันทืกเสียงแล้ว จากนั้นเราก็อัดเสียงตามปกติได้เลยครับ

    12_Lensgo 348C_FEB06

    13_Lensgo 348C_FEB06

    ถ้าหากมีคำถามอะไรเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ทาง Shutter B Thailand พร้อมให้คำปรึกษาในการเลือกไมโครโฟนมาใช้งานครับ

     

  • ไมโครโฟนเสียงชัดไม่ชัดขึ้นอยู่กับอะไรได้บ้าง ความรู้เกี่ยวกับไมโครโฟนที่คนเริ่มต้นควรจะรู้

    ไมโครโฟนเสียงชัดไม่ชัดขึ้นอยู่กับอะไรได้บ้าง ความรู้เกี่ยวกับไมโครโฟนที่คนเริ่มต้นควรจะรู้

    สวัสดีครับคอนเทนต์ในวันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องของปัจจัยเกี่ยวกับไมโครโฟน ว่าเสียงดีหรือไม่ดีเนี่ยเราควรสังเกตดูตรงไหนได้บ้าง ซึ่งเนื้อหานี้จะช่วยให้คนเริ่มต้นจะสามารถเข้าใจการทำงานของไมโครโฟน และส่วนไหนที่มีความสำคัญในตัวไมโครโฟนบ้างครับ

    คุณภาพของสายสัญญาณ
    สายเชื่อมต่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายไมโครโฟน สายที่ต่อระหว่างตัวรับสัญญาณเข้ากล้อง สายอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณเสียงล้วนแต่มีผลกับเสียงทั้งนั้นครับ

    FEB04Lensgo 348C_1

    หากสายสัญญาณไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร หรือชำรุด ใช้มาหลายปีเริ่มเสื่อมตามอายุการใช้งาน สายพวกนี้อาจจะก่อให้เกิดเสียง Noise รบกวนได้ เราจะได้ยินเสียงช็อต เสียงซ่าแทรกเข้ามา
    ดังนั้นเวลาซื้อไมโครโฟนมาใช้ก็ควรทดสอบฟังเสียง หรือดูรีวิวเรื่องคุณภาพเสียงเยอะหน่อยครับ นอกจากนี้เวลาที่ซื้อควรดูลักษณะของสายสัญญาณด้วยว่ามีความแข็งแรงไหม ทนทานต่อการใช้งานหรือเปล่า

    คุณภาพของไมโครโฟน
    เรื่องต่อมาคือคุณภาพของไมโครโฟนครับ แน่นอนว่าโดยส่วนใหญ่พื้นฐานเรื่องไมโครโฟนราคาที่สูงก็มักจะให้คุณภาพของเสียงที่สูงตามไปด้วยครับ แต่ก็ใช่ว่าเราจะเลือกของที่แพงสุดมาใช้จะเป็นเรื่องที่ควรทำเสมอไป

    FEB04Lensgo 348C_3

    เราควรเลือกไมโครโฟนให้เหมาะสมกับงบประมาณที่ใช้ และควรเลือกชนิดของไมโครโฟนให้เหมาะสมกับงานของเราด้วยครับ

    FEB04Lensgo 348C_4

    แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าไมโครโฟนที่เรากำลังตัดสินใจซื้ออยู่มีคุณภาพที่ดีไหม ถ้าในยุคนี้หลัก ๆ ก็อยากให้ดูราคาและดูรีวิวเทียบคุณภาพเสียงที่ได้ก่อนว่า เราฟังแล้วรู้สึกชอบไหม เสียงคมชัดตามที่เราคาดหวังหรือเปล่า หลังจากนั้นมาดูเรื่องของแบรนด์และการบริการหลังการขาย จะทำให้เราพอได้รายละเอียดแล้วว่าควรตัดสินใจซื้อไมโครโฟนแบรนด์นั้น รุ่นนั้นหรือไม่ครับ

    คุณภาพของเทคโนโลยีการส่งสัญญาณ และ สัญญาณรบกวนในบริเวณนั้น
    จุดต่อมาคือเรื่องของคุณภาพของเทคโนโลยีในการส่งสัญญาณ ยุคนี้ไมโครโฟนไร้สายจะใช้เทคโนโลยี Wireless 2.4GHz ซึ่งให้เสียงที่คมชัดครับ ซึ่งส่งได้ไกลเกินว่า 50 เมตรขึ้นไปเลยทีเดียว

    FEB04Lensgo 348C_5

    แต่ถึงอย่างนั้นก็มีอุปสรรคที่เกิดขึ้นได้เหมือนกัน เช่น ในห้างสรรพสินค้ามีคลื่นรบกวนเยอะมาก อาจจะทำให้เสียงมีโอกาสที่ขาดหายไปบ้าง ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของสัญญาณอื่น ๆ บริเวณนั้นครับ แต่โดยปกติแล้วเราสามารถใช้ไมโครโฟนไร้สายได้อย่างสบายใจแน่นอนครับ

    ระยะการรับเสียงที่เหมาะสม
    ต่อมาก็คือเรื่องของระยะในการรับเสียงที่เหมาะสมครับ คือไมโครโฟนเนี่ยไม่ได้แปลว่าจะเอาไว้ใกล้ปากมาก ๆ จะได้เสียงดีนะครับ เขาจะมีระยะในการรับเสียงที่เหมาะสมอยู่ ซึ่งผมจะอธิบายให้เข้าใจคร่าว ๆ ดังนี้นะครับ

    FEB04Lensgo 348C_6

    ไมโครโฟนพวกไมค์หนีบปก หรือไมโครโฟนไร้สายแบบมี Built In Microphone ในตัว เช่น Lensgo 348C ควรติดตั้งห่างจากปากประมาณฟุตนึงครับ หรือติดตรงหน้าอกครับง่ายสุด

    ไมโครโฟนประเภท Dynamic พวกไมโครโฟน Podcast ส่วนใหญ่จะต้องพูดใกล้ ๆ ไมโครโฟนมาก ๆ ครับเพราะระยะ การรับเสียงเขาจะอยู่ใกล้ครับ เราจะเห็นตามรายการ Podcast เขาจะวางไมค์ไว้ใกล้ ๆ เลย บางรุ่นถึงกับต้องจ่อปากเลยก็มีครับ

    FEB04Lensgo 348C_9

    ไมโครโฟนประเภท Condenser ไมโครโฟนพวกนี้จะไวต่อการรับเสียงมาก เหมาะสำหรับบันทึกเสียงเครื่องดนตรี เสียงร้อง ระยะห่างส่วนใหญ่จะประมาณ 1 ฟุตครับ และก็มักจะมี Pop Filter คั่นด้วยครับ

    FEB04Lensgo 348C_8

    การตั้งค่าไมโครโฟนและอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน
    สุดท้ายเลยคือการตั้งค่าไมโครโฟนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ร่วมกันครับ ถ้าตั้งไม่เหมาะสมเสียงก็จะเบาไป ถ้าตั้งดังมากเกินไปเสียงก็จะแตกพร่าไม่มีความชัดเจนครับ
    ความซับซ้อนสำหรับมือใหม่ก็คือควรตั้งรับเสียงในกล้องและตัวไมโครโฟนอย่างเหมาะสมครับ คือในกล้องก็อาจจะตั้งไว้กลาง ๆ และตั้งที่ตัวไมค์ตามระดับเสียงที่ได้ ถ้าเบาไปหรือดังไปก็ปรับที่ตัวไมโครโฟนโดยตรงจะจัดการง่ายกว่าครับ

    FEB04Lensgo 348C_10

    ดังนั้นเมื่อเราเช็คตามข้อเหล่านี้ทั้งหมด เราก็สามารถที่จะบันทึกเสียงได้ในระดับที่ดี และอุปกรณ์ก็ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยครับผม
     ถ้าหากมีคำถามอะไรเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ทาง Shutter B Thailand พร้อมให้คำปรึกษาในการเลือกไมโครโฟนมาใช้งานครับ

  • ความรู้เกี่ยวกับไมโครโฟนสำหรับมือใหม่ ควรใช้รุ่นไหน และจุดเด่นของไมโครโฟนแต่ละแบบมีอะไรบ้าง

    ความรู้เกี่ยวกับไมโครโฟนสำหรับมือใหม่ ควรใช้รุ่นไหน และจุดเด่นของไมโครโฟนแต่ละแบบมีอะไรบ้าง

    คอนเทนต์ในตอนนี้จะเป็น ​Content ที่นำเสนอความรู้เกี่ยวกับไมโครโฟนสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มถ่ายวิดีโอ หรือคนที่เพิ่งสนใจเกี่ยวกับไมโครโฟนนะครับ ว่าพื้นฐานควรเข้าใจเรื่องอะไรบ้าง และควรใช้แบบไหนสำหรับทำงาน รวมถึงจุดเด่นของไมโครโฟนแต่ละแบบด้วยครับ

    Lensgo-01-apl03

    ความรู้เกี่ยวกับไมโครโฟนสำหรับมือใหม่ ควรใช้รุ่นไหน และจุดเด่นของไมโครโฟนแต่ละแบบมีอะไรบ้าง

    1.   ชนิดของไมโครโฟนและจุดเด่นของไมโครโฟนแต่ละแบบ (แบ่งตามการใช้งาน)
    ไมโครโฟนแต่ละแบบที่จะแนะนำในหัวข้อนี้จะเป็นลักษณะไมโครโฟนที่มือใหม่จะพบเห็นได้ง่ายและไม่ได้ลงลึกจนเกินไปนะครับ ซึ่งจะมีอยู่ 3 แบบด้วยกัน

    1.1 ไมโครโฟนแบบ Shotgun
    ไมโครโฟนแบบ Shotgun ก็จะเป็นไมโครโฟนที่มีลักษณะการรับเสียงบริเวณด้านหน้าเป็นหลักครับ บางแบรนด์บางรุ่นก็จะมีการรับเสียงแบบจากทั้งด้านหน้าและด้านหลังเลยก็มีเหมือนกันขึ้นอยู่กับการออกแบบเพื่อใช้งาน

    Shortgun-Microphone

    ไมโครโฟนลักษณะนี้จุดเด่นคือการรับเสียงที่ดีมาก แล้วก็สามารถที่จะติดบนหัวกล้องได้เลย สามารถที่จะใช้งานได้อย่างสะดวก กลุ่มคนที่ทำงานในระดับมืออาชีพ หรือกลุ่มคนที่มีความชำนาญแล้วก็มักจะใช้ไมโครโฟนชนิดนี้พอสมควร เพราะง่ายต่อการทำงานและให้ความคล่องตัวที่สุด

    จุดที่ต้องระวังและควรเข้าใจกับไมโครโฟนประเภทนี้คือ ระยะในการรับเสียงและก็การจัดการกับสภาพแวดล้อมในห้อง เพราะว่าถ้าหากมีเสียงสะท้อนในห้องเยอะ หรือเสียงบรรยากาศโดยรอบเยอะหน่อย ก็มีโอกาสที่เสียงจะเข้ามาที่ไมโครโฟนตัวนี้ได้ง่ายกว่าไมโครโฟนแบบอื่น ๆ ครับ

    1.2 ไมโครโฟนแบบตั้งโต๊ะ หรือติดตั้งกับโต๊ะ
    อีกแบบที่เราพบเห็นกันคือไมโครโฟนแบบตั้งโต๊ะครับ ไมโครโฟนชนิดนี้จะเป็นไมโครโฟนที่ออกแบบให้วางได้บนโต๊ะเลย และสามารถที่จะใช้งานบนโต๊ะได้เลย สำหรับคนที่ทำคอนเทนต์ประเภทสอนออนไลน์ หรือทำงานสตรีมมิ่งเป็นต้นครับ

    table-mics

    ส่วนใหญ่ไมโครโฟนพวกนี้ก็จะเป็นสายต่อแบบ USB โดยตรงเข้าไปที่ Laptop/PC เลยครับ

    1.3 ไมโครโฟนแบบไร้สาย ปัจจุบันจะมีตัวรับสัญญาณที่เป็นไมโครโฟนในตัว
    สุดท้ายคือไมโครโฟนแบบไร้สายครับ ไมโครโฟนแบบ Wireless มีจุดเด่นตรงที่สามารถที่จะทำงานได้ง่าย และเหมาะกับงานแทบทุกแบบเลย (เว้นแต่งานประเภทร้องเพลงอันนั้นคือควรใช้ไมโครโฟนอีกแบบ)

    Lensgo-04-apl03

    ซึ่งไมโครโฟนไร้สายนั้นสามารถที่จะติดเข้ากับกล้องก็ได้ หรือต่อเข้ากับ Mixer เพื่อใช้งานกับ Laptop/PC ก็ได้ครับ และปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วตัวรับสัญญาณจะเป็นไมโครโฟนในตัว นั่นแปลว่าเราพกแค่ชุดไมโครโฟนกล่องเดียวก็พร้อมเป็นให้ทุกอย่างกับเราได้เลย

    2.  ไมโครโฟนที่เหมาะกับมือใหม่ที่แนะนำให้ใช้
    มือใหม่ถ้าเพิ่งเริ่มหัดทำวิดีโอสิ่งที่ผมแนะนำให้ใช้คือไมโครโฟนแบบ Wireless เพราะสามารถที่จะควบคุมได้ง่าย แล้วก็สามารถที่จะทำงานได้สะดวกครับ สามารถใช้งานได้กับกล้องวิดีโอ หรือว่ากล้องมือถือก็ยังทำได้ง่ายเช่นเดียวกัน

    Lensgo-05-apl03

    อีกทั้งการรับเสียงของไมโครโฟน Wireless นั้นจะเป็นไมโครโฟนประเภทเน้นรับเสียงของคนพูดและติดไมโครโฟนตรงบริเวณหน้าอกของพิธีกร ทำให้สามารถทำงานได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว แล้วก็ไม่เหนื่อยครับ

    3.   เราสามารถใช้ไมโครโฟนร่วมกับกล้องและสมาร์ทโฟนในตัวเดียวกันได้ไหม
    คำตอบคือได้ครับ เพราะจุดต่างก็เพียงแค่สายเชื่อมต่อเท่านั้น โดยกล้อง Mirrorless หรือกล้องวิดีโอนั้นก็สามารถต่อผ่านสาย TRS to TRS ได้เลย แต่ถ้าเป็น Smartphone ก็มักจะใช้สาย TRS to TRRS ครับ

    Lensgo-06-apl03

    ส่วนตัวไมโครโฟนนั้นก็สามารถทำงานได้ตามปกติไม่ได้มีความแตกต่างอะไรเลยสำหรับการใช้งานไม่ว่าจะเป็นกล้องหรือว่ามือถือครับ

  • วิธี Setup ระบบถ่ายวิดีโอและบันทึกเสียงด้วย iPhone + Wireless Microphone Lengo 348C สำหรับคนที่เริ่มต้นถ่ายคอนเทนต์วิดีโอ

    วิธี Setup ระบบถ่ายวิดีโอและบันทึกเสียงด้วย iPhone + Wireless Microphone Lengo 348C สำหรับคนที่เริ่มต้นถ่ายคอนเทนต์วิดีโอ

    วิธีการนี้นั้นสามารถที่จะเพิ่มคุณภาพในการบันทึกเสียงได้ โดยไมโครโฟนที่ใช้เราจะใช้ Lensgo 348C สำหรับการบันทึกเสียงครับ
    ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้ผู้ใช้สามารถที่จะใช้ Smartphone ในการบันทึกเสียงได้ทันที และยังสามารถที่จะทำงานได้ง่ายด้วย

    Lensgo-01

    วิธี Setup ระบบถ่ายวิดีโอและบันทึกเสียงด้วย iPhone + Wireless Microphone Lengo 348C สำหรับคนที่เริ่มต้นถ่ายคอนเทนต์วิดีโอ

    1.  เหตุผลและข้อดีของการใช้ไมโครโฟน Lensgo 348C ร่วมกับ iPhone
    ข้อดีของการใช้ iPhone ในการถ่ายวิดีโอก็คือ ต้นทุนจะไม่สูงสำหรับคนที่ใช้ iPhone อยู่แล้ว และยังสามารถที่จะเริ่มผลิตวิดีโอได้เลย โดยที่ความละเอียดของกล้อง iPhone นั้นอยู่ที่ 4K ซึ่งมีคุณภาพที่เพียงพอในการถ่ายวิดีโอคอนเทนต์

    Lensgo-02

    สิ่งที่ต้องเพิ่มขึ้นมาก็คือเราจะใช้การบันทึกเสียงด้วยไมโครโฟนไร้สาย Lensgo 348C จุดเด่นคือไมโครโฟนตัวนี้เป็นไมโครโฟนแบบ 2 ตัวส่ง 1 ตัวรับ สามารถที่จะทำงานในระดับมืออาชีพได้ และมีการส่งสัญญาณที่ไกลถึง 70 เมตร

    2.   อุปกรณ์ที่ต้องใช้

    • iPhone SE
    • Adapter 3.5mm ของ iPhone
    • สายต่อ TRS to TRRS
    • Lensgo 348C

    3.  วิธีการติดตั้ง
    3.1 ให้เราทำการติดตั้ง iPhone กับตัวล็อคมือถือที่มี Cold Shoe สำหรับติดตั้ง Microphone

    Lensgo-03

    3.2 ต่อ Adapter Lighting to 3.5mm ไว้ที่ iPhone ครับ

    Lensgo-04

    3.3 ใช้สาย TRS to TRRS ต่อเข้ากับ Adapter ของ iPhone โดยที่เอาหัวด้านที่เป็น 3 ขีด ต่อกับ Adapter ของ iPhone

    Lensgo-05

    3.4 ติดตั้งตัวรับสัญญาณไว้บน Cold Shoe ของตัวล็อค iPhone และทำการต่อสาย TRS to TRRS โดยใช้หัวที่เป็น 2 ขีด ต่อเข้ากับตัวรับสัญญาณ

    Lensgo-06

    3.5 เปิดอุปกรณ์ทั้งสองตัว จนอุปกรณ์เชื่อมต่อกันเอง

    Lensgo-07

    3.6 อัดวิดีโอได้ทันที และเสียงจากไมโครโฟนก็จะเข้าไปที่ iPhone โดยอัตโนมัติ

    Lensgo-08

    4.  คำแนะนำในการใช้งานและการติดตั้ง
    แนะนำว่าควรตั้งค่าเสียงให้พอดีโดยดูจาก Gain เสียงที่อยู่บนตัวรับสัญญาณ ไม่ควรให้ดังมากเกินไปจนเสียงแตกครับ หรือจะดีที่สุดคือควรบันทึกวิดีโอแล้วลองฟังเสียงจริงที่บันทึกได้อีกครั้ง จะช่วยได้เยอะมากเลย

    Lensgo-09

    นอกจากนี้นะครับ ควรที่จะบันทึกเสียงสำรองลง microSD Card ด้วย เพียงแค่กดปุ่ม REC บนตัวส่งสัญญาณ เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติแล้วครับผม

    Lensgo-10

     

  •  วิธีการติดตั้งไมโครโฟนไร้สาย Lensgo 348C ร่วมกับกล้องที่ทำงานบน Gimbal Stabilizer

     วิธีการติดตั้งไมโครโฟนไร้สาย Lensgo 348C ร่วมกับกล้องที่ทำงานบน Gimbal Stabilizer

    คอนเทนต์ตอนนี้จะเป็นการสอนวิธีติดตั้งไมโครโฟน Lensgo 348C ร่วมกับการทำงานบนกล้องที่ต้องต่อกับ Gimbal Stabilizer ซึ่งคนที่ทำคอนเทนต์วิดีโอต้องเจอแน่นอน และ Gimbal Stabilizer จะเป็นอุปกรณ์ที่ถูกใช้   บ่อย ๆ ในการถ่ายวิดีโอที่มีการเคลื่อนไหว งานอีเวนต์ งานไลฟ์ในสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งเราจะไปเรียนรู้วิธีการและพื้นฐานกันครับ

    Lensgo-EP07 (5)

    1.  เหตุผลที่ต้องมีการติดตั้งไมโครโฟนร่วมกับกล้องที่ทำงานบน Gimbal Stabilizer
    เริ่มต้นมาทำความเข้าใจเรื่องของเหตุผลที่เราต้องติดตั้งไมโครโฟนร่วมกับการทำงานบน Gimbal Stabilizer กันก่อนครับว่าทำไมเราต้องมีเรื่องเหล่านี้

    Lensgo-EP07 (6)

    คือในการถ่ายวิดีโอปกติแล้วเราจะใช้ขาตั้งกล้องแบบ Tripod ในการสร้างความนิ่งให้กับวิดีโอของเรา แต่ในการถ่ายงานวิดีโอหลาย ๆ งานต้องมีการเดิน การเคลื่อนที่ของกล้องไปยังจุดต่าง ๆ ของงานอีเวนต์ โดยเฉพาะยุคนี้การไลฟ์ก็ยังมีการเดินไลฟ์ไปด้วย แน่นอนว่าตัวกล้องต้องถูกติดตั้งกับ Gimbal Stabilizer และไมโครโฟนเองก็ต้องอยู่บนกล้องด้วย ซึ่งมือใหม่อาจจะยังไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ในวันนี้เราจะสอนในขั้นต่อไปเลยครับ

    2.  วิธีการติดไมโครโฟนไปที่กล้อง และเอากล้องขึ้น Gimbal Stabilizer
    วิธีการติดไมโครโฟนไปที่กล้องและเอากล้อง Gimbal Stabilizer เราจะเริ่มจากการติดไมโครโฟนไปยังกล้องของเราก่อนครับ

    โดยส่วนสำคัญคือเราควรติดตัวรับไมโครโฟนไว้ตำแหน่งด้านบนของกล้อง มักจะติดไว้ตรงกลางของกล้องครับ เพื่อการบาลานซ์กล้องกับ Gimbal ได้ง่าย และยังสามารถที่จะเคลื่อนที่ Gimbal ได้โดยที่ตัวไมโครโฟนไม่ไปขัดขวางการขยับของกล้องด้วย

    Lensgo-EP07 (1)

    สายต่อให้เราใช้สาย TRS to TRS ตามปกติครับ เราควรจัดสายให้กระชับ ควรใช้สายที่สั้นและวางในตำแหน่งที่ไม่เกะกะ เพราะเราต้องเตรียมกล้องไป Balance กับ Gimbal ด้วย

    Lensgo-EP07 (3)

    หลังจากเราติดตั้งไมโครโฟนเข้ากับกล้องเสร็จแล้วให้เราเอากล้องไปติดตั้งกับ Gimbal Stabilizer อีกทีครับ โดยการบาลานซ์ Gimbal ก็ให้เราบาลานซ์ตามปกติ

    Lensgo-EP07 (2)

    โดยเราจะ Balance แกน Pan, Tilt, Row ตามขั้นตอนของ Gimbal แบรนด์นั้น ๆ ครับ จากนั้นก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ

    Lensgo-EP07 (4)

    3.  สิ่งที่ต้องระมัดระวังและเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานร่วมกับ Gimbal Stabilizer
    สิ่งที่เราต้องคำนึงเลยถ้าหากว่าเราจะใช้ไมโครโฟน กล้อง และ Gimbal ร่วมกันคือ เราควรวางตำแหน่งไมโครโฟนไว้บนกล้องอย่างเหมาะสม บาลานซ์ต้องควรจะอยู่ตรงกลางเพื่อให้กล้องสามารถบาลานซ์บน Gimbal ได้ดี

    Lensgo-EP07 (7)

    นอกจากนี้เราต้องดูเรื่องสายต่อด้วยว่าไม่ควรยาวเกินไป และไม่ควรที่จะขวางการเคลื่อนไหวของกล้องและ Gimbal ด้วย

    4.  การตั้งค่าเสียงในกล้องและตัวไมโครโฟน
    ต่อมาคือการตั้งค่าเสียงในกล้องและตัวไมโครโฟน เราจะตั้งค่าอยู่ 2 จุดด้วยกันก็คือในกล้อง Mirrorless ของเราเอง และการตั้งการรับเสียงที่ตัวรับสัญญาณ ตามหลักของผมจะตั้งการรับเสียงที่ตัวกล้อง Mirrorless ก่อน เพื่อที่เราจะตั้งค่าให้เป็นมาตรฐานและไม่ต้องเข้ามาปรับบ่อย ๆ เพราะการทำงานจริงการมาปรับอะไรในกล้องจะไม่ค่อยสะดวกครับ

    โดยการรับเสียงผมจะตั้งไว้ที่ระดับกลาง ๆ ของกล้อง เช่น กล้องตั้งค่าการรับเสียงได้ 20 ระดับ ผมก็จะตั้งไว้สัก 12 เป็นต้นครับ เพราะไมโครโฟนไร้สาย Lensgo 348C สามารถปรับระดับการรับเสียงได้ ซึ่งตรงส่วนนี้เราจะทำหน้าที่แทนตัวกล้อง ช่วยให้เราทำงานได้ง่าย

    Lensgo-EP07 (8)

    การตั้งค่าระดับการรับเสียงในตัวกล้องให้เราเลือกที่ Audio Setting ของกล้องและเลือกระดับการรับเสียงตามต้องการครับ (จะเลือกตามที่ผมแนะนำก็ได้ครับ)

    หลังจากที่เราเลือกระดับการรับเสียงในตัวกล้องแล้ว เราต้องมาตั้งระดับการรับเสียงที่ตัวไมโครโฟนครับ โดยวิธีที่เราจะใช้ชี้วัดว่าควรตั้งระดับเสียงยังไงก็คือ ให้เราพูดในระดับเสียงปกติก่อน และดูว่า Audio Meter หรือแท่งเขียว ๆ เวลาไมโครโฟนรับเสียงมา มันอยู่ที่ระดับเท่าไหร่ โดยปกติผมจะให้เสียงพูดอยู่ที่ -12dB ครับ หรือถ้ากล้องใครไม่มี Meter บอก ก็พยายามอย่าให้เสียงแตะส่วนสีแดง เพราะเสียงจะแตกครับ  เมื่อเราตั้งค่าแบบที่ผมบอก เราสามารถที่จะปรับระดับการรับเสียงได้จากตัวรับที่ไมโครโฟนได้เลย โดยที่ไม่ไปยุ่งกับตัวกล้องครับ ไมโครโฟน Lensgo 348C ถือว่าเป็นไมโครโฟนที่ทำงานได้ง่าย ควบคุมทุกอย่างได้ และให้คุณภาพเสียงที่ดีครับ

    Lensgo-EP07 (9)

    5.  คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตั้งและการตั้งค่าไมโครโฟนไร้สาย Lensgo 348C
    การใช้ไมโครโฟน Lensgo 348C สามารถที่จะบันทึกเสียงลง Memory Card ได้โดยตรง ซึ่งจะใช้เป็นเสียง Backup ได้ แนะนำว่าควรบันทึกเสียงสำรองไปด้วยครับ ช่วยได้เยอะมาก ๆ เลย โดยเรากดปุ่มสีแดงที่ตรงตัวส่งสัญญาณ พอไฟสีแดงขึ้นเราก็สามารถที่จะอัดวิดีโอได้ตามปกติครับ